วันพฤหัสบดีที่ 9 เมษายน พ.ศ. 2558

ของดังประจำจังหวัดลำปาง

ถ้วยตราไก่



ชามไก่กำเนิดในเมืองจีนเมื่อกว่าร้อยปี ฝีมือชาวจีนแคะ ตำบลกอปีอำเภอไท้ปูมณฑลกวางตุ้ง แต่เดิมชามตราไก่ไม่ปรากฏการเขียนลายเป็นเพียงชามขาวธรรมดา เมื่อผลิตเสร็จได้จัดส่งมาเขียนลายเผาสีบนเคลือบ ที่ตำบลปังเคย แต้จิ๋ว หลังจากนั้นจึงกลายเป็นชามตราไก่สำเร็จรูปและส่งออกจำหน่ายในตลาดทั่วไป
ต่อมาราว ปี พ.ศ. 2480 ชาวจีนที่ทำชามตราไก่ในประเทศจีนได้ย้ายถิ่นมาจากเมืองจีนมาตั้งบ้านเรือนที่ กรุงเทพมหานครและ ลำปาง (ในการย้ายถิ่นมาครั้งนี้ได้นำช่าง ญาติพี่น้อง ชาวจีนที่มีความสามารถทางการปั้นเครื่องปั้นดินเผามาด้วย) พร้อมกันนี้ได้ก่อสร้างโรงงานและเตาเผาชามตราไก่ขึ้น ที่แถววงเวียนใหญ่ จังหวัดธนบุรี และที่ถนนเพชรบุรี กรุงเทพมหานคร
ในราวปี พ.ศ. 2500 ชาวจีนที่ทำโรงงาน และเตาเผาชามตราไก่ ได้ย้ายขึ้นมาตั้งโรงงานและเตาเผาใน จังหวัดลำปางทั้งนี้เนื่องจากที่จังหวัดลำปางมีดินขาวเหมาะที่จะนำมาทำการผลิตชามตราไก่มากที่สุดหลังจาก พบดินขาวที่อำเภอแจ้ห่ม ในปีเดียวกันชามไก่ใน จ.ลำปางเริ่มผลิตขึ้นโดยชาวไท้ปู4 คนคือนายซิมหยูนายเซี่ยะหยุยแซ่อื้อนายซิวกิมแซ่กว็อกและนายซือเมนแซ่เทนร่วมก่อตั้ง ” โรงงานร่วมสามัคคี ” ที่บ้านป่าขามอำเภอเมืองก่อนแยกตัวเปิดกิจการตนเองในอีก3 ปีถัดมา

ของดังประจำจังหวัดแพร่

ผ้าหม้อฮ่อม

 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ผ้าม่อฮ่อมจังหวัดแพร่
     หม้อฮ่อม เป็นคำในภาษาพื้นเมืองเหนือมาจากการรวมคำ 2 คำคือคำว่า “หม้อ” และคำว่า “ฮ่อม” เข้าไว้ด้วยกัน โดยหม้อเป็นภาชนะอย่างหนึ่งที่ใช้ในการบรรจุน้ำหรือของเหลวต่างๆ มีทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ส่วนฮ่อมนั้นเป็นพืชล้มลุกชนิดหนึ่ง ที่ชาวบ้านนำเอาลำต้นและใบมาหมักในน้ำตามกรรมวิธีที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ จะให้น้ำเป็นสีกรมท่า และได้สีที่จะนำมาใช้ในการย้อมผ้าขาว ให้เป็นสีกรมท่าที่เรียกกันว่า “ผ้าหม้อฮ่อม”
     ผ้าหม้อฮ่อม เป็นชื่อผ้าย้อมพื้นเมืองสีกรมท่าที่สร้างชื่อเสียงให้กับเมืองแพร่มานานแล้ว ในอดีตผ้าหม้อฮ่อมเป็นผ้าฝ้ายทอมือ ที่นำดอกฝ้ายขาวมาทำเป็นเส้นใยแล้วทอด้วยกี่พื้นเมืองเป็นผ้าพื้นสีขาว หลังจากนั้นจึงนำไปตัดเย็บให้เป็นเสื้อแบบต่าง ๆ กางเกงเตี่ยวสะตอ จากนั้นนำมาย้อมในน้ำฮ่อม ที่ได้จากการหมักต้นฮ่อมเอาไว้ในหม้อในปัจจุบันมีการทอผ้าด้วยกี่แบบพื้นเมืองน้อยลงทำให้ผ้าทอมีราคาแพง ในการตัดเย็บเสื้อผ้าหม้อฮ่อมจึงมีการใช้ผ้าดิบจากโรงงานตัดเย็บ ย้อมด้วยน้ำฮ่อมธรรมชาติหรือสีหม้อฮ่อมวิทยาศาสตร์
     ผ้าหม้อฮ่อมเป็นสิ่งหนึ่งที่แสดงถึงความเป็นเอกลักษณ์ของชาวเมืองแพร่ซึ่งจะเห็นได้จากชุดการแต่งกายพื้นเมืองของชาวแพร่จะนิยมสวมใส่เสื้อผ้าหม้อฮ่อมโดยการแต่งกายของชายนั้น นิยมสวมเสื้อหม้อฮ่อมคอกลม แขนสั้น ผ่าอกติดกระดุมหรือใช้สายมัด ลักษณะคล้ายเสื้อกุยเฮงของชาวจีน และกางเกงหม้อฮ่อมขาก้วย ใช้ผ้าขาวม้ามัดเอว
     ส่วนการแต่งกายพื้นเมืองของผู้หญิงเป็นเสื้อผ้าหม้อฮ่อมคอกลมแขนยาวทรงกระบอก ผ่าอกติดกระดุม และสวมผ้าถุงที่มีชื่อเรียกว่า “ซิ่นแหล้” ซึ่งเป็นพื้นสีดำมีแถบสีแดงคาดบริเวณใกล้เชิงผ้า ชาวพื้นเมืองต่าง ๆ ในภาคเหนือตั้งแต่อดีตจนปัจจุบันนิยมใช้เสื้อผ้าหม้อฮ่อมที่มาจากแพร่ และถ้าพูดถึงหม้อฮ่อมแท้ต้องเป็นหม้อฮ่อมแพร่เท่านั้น ซื่อเสียงของผ้าหม้อฮ่อมเมืองแพร่เป็นที่ยอมรับกันโดยทั่วไป ทั้งนี้เนื่องจากมีคุณภาพ ความคงทนของเนื้อผ้าและสีหม้อฮ่อมที่ใช้ย้อมผ้า ตลอดจนรูปแบบเรียบง่ายสะดวกต่อการสวมใส่ได้ในหลายโอกาส

วันอังคารที่ 31 มีนาคม พ.ศ. 2558

ของดังประจำจังหวัดนครสวรรค์


โมจิ

 



นครสวรรค์ถือว่าเป็นจังหวัดที่เรียกได้ว่าเป็นต้นตำรับของขนมโมจิเลย

ก็ว่าได้ เพราะนครสวรรค์เป็นจังหวัดแรกที่ได้ทำขนมโมจิ ซึ่งขนมโมจิ

ของนครสวรรค์นี้ ได้ดัดแปลงขนมโมจิดั้งเดิมของญี่ปุ่นซึ่งมีหลาก

หลายชนิดแตกต่างกันไปตามแต่ ละท้องถิ่น จนกลายเป็น "โมจิ" ก้อน

กลมหนานุ่มหลากหลายรสชาติ  ได้รับความนิยมจนกลายเป็นขนม

สัญลักษณ์ของจังหวัดนครสวรรค์ และด้วยที่จังหวัีดนครสวรรค์เป็น

จังหวัดผ่านระหว่างภาคเหนือและภาคกลาง ทำให้ขนมโมจิเป็นของ

ฝากที่ถูกใจผู้ให้ ประทับใจผู้รับมาตั้งแต่ พ.ศ.2525 และนอกจากนี้

เจ้าแรกของนครสววรค์ที่ทำขนมโมจิ คือ แม่กุหลาบ หรือที่รู้จักกันใน

ชื่อ ขนมโมจิแม่กุหลาบ อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นแล้วว่า เป็นผู้ผลิต

รายแรกที่ได้ดัดแปลงขนมโมจิดั้งเดิมของญี่ป่น มาทำเป็นสูตรของ

ตนเอง ซึ่งทำให้เกิดขนมโมจิแม่กุหลาบ สูตรต้นตำรับรายแรกของ

ประเทศไทย ซึ่งร้านโมจิแม่กุหลาบนี้ 

ของดังประจำจังหวัดสิงห์บุรี

เค้กปลาช่อน




      สืบเนื่องมาจากงานเทศกาลกินปลา เมื่อปี พ.ศ 2539 ทางจังหวัดได้ทำการชักชวนบรรดาร้านอาหารแผงลอยต่าง ๆ ที่เป็นสมาชิก เข้าร่วมกิจกรรมเปิดร้านโดยมีข้อแม้ว่าอาหารที่นำเข้าร่วมต้องมีวัตถุดิบจาก ปลาช่อนอยู่ด้วย ทำให้ร้านเกษรา เบเกอรี่ ของเราที่เป็นสมาชิกเพียงเจ้าเดียวมีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมด้วย โดยทางร้านมีชื่อเสียงในของขนมเค้กเนยสดที่โด่งกังที่สุดในสิงห์บุรี จึงคิดค้นดัดแปลงเป็น”ขนมเค้กเนื้อปลาช่อน” ขึ้นเป็นครั้งแรกในงานนี้ และยังได้รับเกียรติให้จัดทำ “ขนมเค้กเนื้อปลาช่อนที่ใหญ่ที่สุดในโลก” อีกด้วย ซึ่งผลิตภัณฑ์นี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศโดยทางร้านได้จัดทำและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ดีมี คุณภาพออกมาให้แก่ผู้บริโภคที่เดินทางมาเที่ยวชมงาน ในงานเทศกาลกินปลาอย่างต่อเนื่องทุก ๆ ปี.

ของดังประจำจังหวัดสุพรรณบุรี



สาลี่






























สาลี่สุพรรณแต่เดิมนั้นได้กำเนินมาตั้งแต่ครั้งสงครามโลกครั้งที่2 ที่ อ.บางปลาม้า แต่เดิมที นั้นได้มีการผลิตสาลี่ขึ้นมาเพื่อเป็นขนมหวานที่ใช้ทานกับน้ำแข็งใส หรือขนมสาลี่ที่ทานร่วม กับไอศกรีมกะทิสด ใช้ทานเล่นเวลาไปเที่ยวดูหนังกลางแปลงตามแบบคนสมัยก่อน และได้รับ ความนิยมมากขึ้นเรื่อย จนสาลี่กลายเป็นของฝากประจำจังหวัดสุพรรณบุรี สาลี่เป็นขนมที่ทำด้วยแป้ง น้ำตาลทราย และไข่ตีจนขึ้นฟู และนำไปนึ่งด้วยความร้อน มีลักษณะเหมือนขนมไข่ ที่นุ่ม และหอมหวาน มีความยืดหยุ่นของตัวขนม ไม่ร่วนขาดเป็นก้อนๆ เวลาทานไปแล้วจะนุ่มในปาก จะมีรสชาติหอมของนมข้น และนมสด และนุ่มในเนื้อตัวขนม ไม่หยาบกระด้าง แต่เดิมนั้น ได้มีแต่รสนมแมว ต่อมามีการปรับปรุงให้มีหลายรสชาติ เช่น รสใบเตย รสกาแฟ รสวนิลาหรือมะลิ รสส้ม รสชาเขียว รสกระชายดำ หรือ แล้วแต่ความต้องการของลูกค้าทั่วไป ขนมสาลี่ สามารถทานเป็นอาหารว่าง หรือทานกับกาแฟก็ย่อมได้ หรือจะรับประทานแบบโบราณ คือ รับประทานกับน้ำแข็งใส หรือรับประทานกับไอศกรีมกะทิสด

วันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558

ของดังประจำจังหวัดน่าน

เครื่องเงินน่าน      
 ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ ประวัติเครื่องเงินน่าน
      ความพิเศษที่ทำให้เครื่องเงินเมืองน่านไม่เหมือนที่อื่น คือ เครื่องเงินของเมืองน่าน จะผสมเม็ดเงินมากเป็นพิเศษ เมื่อเสร็จออกมาจะเป็นเครื่องประดับที่ไม่แข็งเกินไป จะค่อนไปในทางอ่อน แต่ก็สามารถใช้ได้ตามปกติ จุดเด่นอันเป็นจุดต่างจึงอยู่ที่ส่วนผสม แบบ และฝีมือ เครื่องเงินจังหวัดน่าน ขึ้นชื่อในเรื่องความละเอียดของฝีมือ และมีลวดลายเฉพาะตัว แต่ละลายจะเป็นแบบจำนวนจำกัดเพราะทำจากมือจริงๆ สินค้าบางชิ้นอาจจะมีแค่ขนาดหรือไซด์เดียว หมดแล้วหมดเลย แต่ละช่วงของการทำก็จะมีแบบเฉพาะ ถือได้ว่าเป็น limited edition มีไม่เกิน 100-200 ชิ้นต่อแบบเลย จึงน่าซื้อหาเก็บเอาไว้ เพราะไม่เหมือนใครง่ายๆแน่นอน       
       ที่ "ศูนย์เครื่องเงินชมพูภูคาและหัตถกรรมเมืองน่าน" เป็นหน่วยงานหนึ่งที่ได้เข้ามาพัฒนาต่อยอดในเรื่องการผลิตเครื่องเงินเมืองน่านให้มีคุณภาพ โดยที่นี่งานเครื่องเงินจะเป็นฝีมือของ ชาวเขาเผ่าเมี่ยน (เย้า)และม้ง (แม้ว) ซึ่งเป็นชนเผ่าชาวเขาในพื้นที่สูงของจังหวัดน่าน 


ของดังจังหวัดนครราชสีมา


ผัดหมี่โคราช
ผัดหมี่โคราช นั้นเป็นอาหารท้องถิ่น หน้าตาคล้ายกับผัดไทยแต่มีความแตกต่างไปจากผัดไทย ในขณะที่ผัดไทยใช้ก๋วยเตี๋ยวเส้นเล็กในการผัด ส่วนผัดหมี่โคราชจะใช้เส้นเฉพาะทางของตัวเอง ก็คือ เส้นหมี่โคราช ความแตกต่างถัดมา คือ ผัดหมี่จะไม่ใส่ไข่ และใส่เครื่องน้อยกว่าผัดไทยอยู่พอสมควร เช่น ผัดหมี่จะไม่ใส่กุ้งแห้ง ถั่ว และเต้าหู้
ผัดหมี่โคราช เป็นหนึ่งในอาหารพื้นบ้านของเมืองย่าโม ที่หาทานได้ง่ายทั่วไป เพราะในสมัยก่อนเมืองโคราชมีการปลูกข้าวเจ้ามาก จึงมีการดัดแปลงข้าวมาทำเป็นเส้นหมี่ และเพื่อเป็นการถนอมอาหารอีกรูปหนึ่งแบบด้วย จากการนำเส้นหมี่ไปตากแห้ง แล้วเก็บไว้ทานในมื้อต่อๆไป
หมี่เป็นอาหารมื้อกลางวันในชีวิตประจำวันของคนโคราช โดยเฉพาะอย่างยิ่งในงานบุญ เช่น งานโกนจุก งานบวชนาค งานแต่งงาน หรืองานสมโภชอื่นๆ ที่พอนึกหาอาหารอะไรไม่ออกเพราะทำยาก ก็มักจะนึกถึง คั่วหมี่หรือ ผัดหมี่” เพราะทำง่าย และเมื่อมีงานบุญอย่างนี้ก็มักจะมีเครื่องปรุงสำหรับ คั่วหมี่ได้อยู่แล้ว เพิ่มแค่เพียงหาเส้นหมี่โคราชมาไว้ เพราะเครื่องปรุงหาได้ในงาน
ปัจจุบัน อาหารจานนี้ก็ยังเป็นที่นิยมรับประทานกันอยู่อย่างแพร่หลายในจังหวัดนครราชสีมา เพราะคนส่วนใหญ่นิยมรับประทานผัดหมี่โคราช กับ ส้มตำ ซึ่งถือว่าเป็นอาหารที่รับประทานเข้ากันได้ดีทีเดียว ส้มตำเผ็ดๆ กับผัดหมี่ร้อนๆ รสชาติอร่อยถูกใจคนโคราช ถ้าใครได้ลองรับประทานต้องติดใจในรสชาติของหมี่โคราชที่เส้นเหนียวนุ่ม น่ารับประทาน